เรื่องที่ 79 บอร์ด ก.ค.ศ. มีมติยกเลิกครูต้องบันทึกลง Logbook

26 ธันวาคม 2561 บอร์ด ก.ค.ศ. มีมติยกเลิกครูต้องบันทึกลง Logbook

รมว.ศึกษาธการ  ถก บอร์ด ก.ค.ศ. มีมติยกเลิกครูต้องลงบันทึกการปฎิงานสอนลงใน Logbook  พร้อม แฉ มีผู้จัดอบรมให้ครูเกี่ยวกับการลง Logbook  จัดมาแล้ว 9 รุ่น เรียกเงินค่าบอรมรายละ 3,500 บาท ชี้ เสียผลประโยชน์จะเดินขบวนต่อการการยกเลิกดังกล่าว มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการขั้นเด็ดขาด

วันนี้ (26 ธ.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน (Logbook) สำหรับข้าราชการครู ซึ่งการยกเลิกดังกล่าวเป็นเพียงการยกเลิกวิธีการบันทึกชั่วโมงการสอนเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นการยกเลิก PLC หรือหลักฐานชั่วโมงการปฏิบัติงาน ชั่วโมงการอบรมและพัฒนา เพราะยังคงต้องมีมาตรฐานและการประเมินสมรรถนะของข้าราชการครูเอาไว้เช่นเดิม ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการหาวิธีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่ง่ายที่สุด เพื่อให้ครูกรอกง่ายที่สุด ไม่เป็นภาระ ไม่รบกวนการทำงานของครู โดยอาจจะให้ครูรับรองตนเอง เพราะทุกคนควรเริ่มต้นจากการประเมินตนเองก่อนที่จะให้ผู้อื่นมาประเมิน และให้ผู้อำนวยการสถานศึกษารับรอง โดยจะต้องไม่เป็นการรายงานเท็จ และหากเกิดกรณีที่ผู้บริหารสถานศึกษากับครูผู้สอนเป็นปฏิปักษ์กัน ก็จะมีกระบวนการขั้นตอนอื่นๆ เข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น ก.ค.ศ. หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ลงไปดูเป็นรายๆ ไป

“ผมถาม ก.ค.ศ. ว่า ผู้บริหารของ ศธ. ต้องมีการทำ Logbook เสนอ รมว.ศธ. หรือไหม และแม้แต่ผมก็ไม่ต้องทำ Logbook ส่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเรื่องนี้เรายึดหลักการต้องไว้ใจครู เข้าใจตรงกันว่าภาระหลักของครูคือการสอน ไม่ให้ครูมีภาระอื่นมากมายเกินไป และขอทำความเข้าใจด้วยว่า ที่ผ่านมามีคนบางกลุ่มนำเรื่องดังกล่าวไปจัดอบรมครูเกี่ยวกับวิธีการกรอก Logbook โดยเรียกเก็บเงินจากครูรายละ 3,500 บาท ซึ่งจัดอบรมเป็นรุ่นที่ 9 แล้ว มีมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท ผมจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบว่าเอาเวลาราชการไปทำหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า ก.ค.ศ.ไม่ได้มีการให้จัดอบรมแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อก่อนเรามีเกณฑ์ประเมินการเลื่อนวิทยฐานะด้วยการจัดทำเอกสารทางวิชาการ ก็มีคนรับจ้างทำ เมื่อมี Logbook ก็ยังมีคนรับจ้างสอน ส่วนกรณีที่มีการมองว่า เรื่องยกเลิก Logbook เป็นการหาเสียงนั้น ผมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการหาเสียง เพราะผมไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น แต่เราฟังเสียงและความคิดเห็นจากครูเสมอ”รมว.ศธ.กล่าว

ด้านนายอัมพร พินะสา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.จะเร่งทำความเข้าใจและชี้แจงกับข้าราชการครูในเรื่องการยกเลิกการกรอก Logbook โดยจะหาวิธีการกรอกข้อมูลรับรองตนเองด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด แต่ยังคงมีการประเมินต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตาม ว21/2560 ไว้เช่นเดิม ส่วนกรณีที่มีหน่วยงานจัดอบรม Logbook โดยเรียกเก็บเงินจากครูนั้น ทราบว่ามี 2-3 รายที่จัดอบรม ซึ่ง สพฐ.จะตั้งคณะกรรมการลงไปดูว่า หากมีข้าราชการดำเนินการ นำเวลาราชการไปทำหรือไม่

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/684608

Advertisements

เรื่องที่ 77 การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ว21/2560

1.การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ชุดที่ 1 แผ่น A (ว 21/2560

2.การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ชุดที่ 1 แผ่น B (ว 21/2560)

3.การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ชุดที่ 1 แผ่น C (ว 21/2560)

 

4.การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ชุดที่ 2 (ว 21/2560)

5.การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ชุดที่ 3

แผ่น A (ว 21/2560)

6.การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ ชุดที่ 3 แผ่น B (ว 21/2560)

เรื่องที่ 76 การอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรมบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน (Logbook รุ่นปรับปรุง 29 ตุลาคม 2561)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

11122561-2_โปรแกรมกำหนดรอบปี-กรอกข้อมูลก่อน5ก.ค.2560

PowerPoint_LTeacher_270861

คู่มือการถ่ายโอนข้อมูลจาก Logbook เดิมไปยัง Logbook ใหม่

แจ้งเวียนเผยแพร่คู่มือ ว21 และ Logbook

ลิงค์เอกสาร ก.ค.ศ.

กำหนดการ

 

เรื่องที่ 75 การรายงานผลการอบรมตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ปีงบประมาณ พ.ศ.2561

การรายงานผลการอบรมตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ปีงบประมาณ พ.ศ.2561

งานพัฒนาครูและบุคลากร กลุ่มอำนวยการ

*************************************************************************

เรียน คุณครูที่ผ่านการอบรมทุกท่าน ขอให้ท่านรายงานผลการอบรมตามโครงการฯที่แบบฟอร์มรายงานผลการอบรมตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ภายในวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561
(ท่านที่ไม่ได้ผ่านอบรมทุกกรณีหรือท่านที่ผ่านการอบรมจากโรงเรียนอื่น ไม่ต้องรายงาน)

โดยการคลิกที่ลิงค์ https://goo.gl/forms/8kknVdgOAdTYgUGB3
หรือ สแกน QR code ตามรูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นงานพัฒนาครูและบุคลากร กลุ่มอำนวยการจะทำการสรุปข้อมูลเสนอต่อท่านผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อให้ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนใช้เป็นข้อมูลในการประเมินข้าราชการครูผู้เข้ารับการพัฒนา ผ่านเว็บไซต์ training.obec.go.th/admin และเพื่องานพัฒนาครูและบุคลากรจะได้จัดทำรายงานเสนอต่อสพม.25 เป็นลำดับต่อไป ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการกรอกข้อมูล

ไฟล์วิธีการกรอกแบบรายงาน

นายธนเดช  วิไลรัตนากูล
ผู้รับผิดชอบ
งานพัฒนาครูและบุคลากร กลุ่มอำนวยการ

 

เรื่องที่ 74 สถานี ก.ค.ศ. การยื่นขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน

สถานี ก.ค.ศ. การยื่นขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน

สถานี ก.ค.ศ. (3 ก.ย. 61) การยื่นขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจทุกท่าน ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 21/2560 โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติการดำเนินการสำหรับผู้ประสงค์จะยื่นขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตำแหน่ง ครู ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งครู ที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ให้สามารถยื่นคำขอได้ 1 ครั้ง เพียงวิทยฐานะเดียว และต้องยื่นคำขอภายใน 1 ปี นับแต่วันที่หลักเกณฑ์ฯ ว 21/2560 ใช้บังคับ (ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2560) เป็นต้นไป นั้น เนื่องจากในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน หลักเกณฑ์ฯ ว 21/2560 ได้กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู ที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 และประสงค์จะยื่นคำขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ให้ยื่นคำขอและผลงานทางวิชาการ รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ 1 ครั้ง ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเกิดความชัดเจน ถูกต้อง และเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติ ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2561 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 จึงมีมติให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะที่จะขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 อยู่ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 หากได้ยื่นคำขอถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการ ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ให้รับคำขอไว้พิจารณาทั้งหมด โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการ ดำเนินการประเมินด้านที่ 1 และด้านที่ 2 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยเร็ว เนื่องจากวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ จะมีผลในวันที่สำนักงาน ก.ค.ศ. รับเรื่อง สำหรับข้าราชการครูท่านใด ที่มีคุณสมบัติที่จะยื่นขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 หลังจากวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ได้อีก 1 ครั้ง ให้ยื่นคำขอรับการประเมินภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ตนเองมีคุณสมบัติที่จะยื่นขอรับการประเมิน ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. จะมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และส่วนราชการ เพื่อทราบและถือปฏิบัติต่อไป พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ เผยแพร่ทางคอลัมน์ “สถานี ก.ค.ศ.” หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561 ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. วันวันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน 2561
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/85396

เรื่องที่ 73 ว21 เพื่อการมีหรือเลื่อนวิทยฐานะของครูรุ่นใหม่

โรงเรียนวัดราชโอรส จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยะฐานะ แนวใหม่ (ว21/2560) โดย คณะวิทยากร จาก อ.ค.กศ. เมื่อวันที่9 มิถุนายน 2561 เวลา 9.00-12.00

 

โรงเรียนวัดราชโอรส จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยะฐานะ แนวใหม่ (ว21/2560) โดย คณะวิทยากร จาก อ.ค.กศ. เมื่อวันที่9 มิถุนายน 2561 เวลา 13.00-16.00

ขอขอบคุณ โรงเรียนวัดราชโอรส กรุงเทพฯ

การอบรม การประเมินวิทยฐานะ (ว21/2560) กระบวนการ PLC และ Logbook (ภาคบ่าย) ณ ห้องประชุมดินทอง 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 โดย นายนพรัตน์ รุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดคลองใหญ่ และนางสาวกนกอร หงษ์วิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองประทุน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด

ขอขอบคุณ นายนพรัตน์ รุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดคลองใหญ่ และนางสาวกนกอร หงษ์วิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองประทุน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด

เรื่องที่ 72 ครูเขียนบันทึกภาระงานขอวิทยฐานะได้

ให้ครูจดบันทึกภาระงานใช้แนบขอวิทยฐานะได้ ส่วนระบบ logbook เขียนบันทึกออนไลน์ พบครูยังไม่ถนัด สร้างความทุกข์ใจแก่ครูมาก เน้นให้ครูรุ่นใหม่ที่ถนัดพิมพ์ไว้ใช้ในอนาคต วันนี้(15 ต.ค.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้หารือกับ ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เรื่องแบบคำขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตำแหน่งครู ซึ่งกำหนดให้ครูต้องบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน ลงในโปรแกรม logbook ของ ก.ค.ศ. ซึ่งการให้ครูไปนั่งพิมพ์ข้อมูลภาระงานที่ทำในแต่ละวัน หรือแต่ละอาทิตย์ ลงในระบบออนไลน์แล้วเก็บข้อมูลไว้เพื่อนำมาใช้ในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ได้สร้างความทุกข์ใจให้แก่ครูมาก “ถึงแม้โปรแกรมจะมีความทันสมัย แต่ก็ยังไม่ตรงกับลักษณะการทำงานปกติของครู เพราะธรรมชาติของครูจะถนัดเขียนมากกว่า ไม่ค่อยเก่งเรื่องดิจิทัล การให้ครูนั่งพิมพ์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์เองทุกวันครูก็เสียเวลา ผมจึงได้ขอให้ ก.ค.ศ.เปลี่ยน เป็นการจดบันทึกภาระงานไว้ และเมื่อถึงเวลาที่จะขอผลงาน ก็ให้ผอ.โรงเรียนเซ็นรับรองแล้วนำมาใช้เป็นเอกสารหลักฐานส่งมาให้ ก.ค.ศ.ได้ ซึ่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.ก็เข้าใจและให้ดำเนินการตามที่เสนอได้ ส่วนอนาคตครูรุ่นใหม่อาจถนัดพิมพ์ก็ค่อยปรับเปลี่ยนได้”เลขาธิการกพฐ.กล่าวและว่า ทั้งนี้การประเมินอยู่บนความเชื่อใจ หาก ก.ค.ศ.สุ่มตรวจแล้วพบว่า มีการรายงานเท็จครูและผอ.โรงเรียนที่ให้การรับรองก็จะถูกดิสเครดิตในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ดร.บุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ครูปฐมวัยก็มีความวิตกกังวลเรื่องการกำหนดชั่วโมงการปฏิบัติงาน ซึ่งมีคนมองว่าครูปฐมวัยทำหน้าที่แค่ 6 ชั่วโมง แต่ข้อเท็จจริงต้องดูแลเด็กวันละ 7 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เด็กเข้าโรงเรียน ช่วงที่เด็กนอนครูก็ต้องเตรียมการสอนซึ่งต้องนับชั่วโมงให้ครูด้วย ไม่ใช่นับชั่วโมงเฉพาะเด็กลืมตาอย่างเดียว ดังนั้นครูปฐมวัยไม่ต้องวิตกกังวลว่าชั่วโมงการสอนจะไม่ครบ และกรณีครูที่อยู่ในโรงเรียนเกินเกณฑ์ ถ้าเอาจำนวนชั่วโมงแต่ละชั้นมาคิดแล้วเอาครูไปหารจำนวนชั่วโมงจะไม่ถึงหลักเกณฑ์ในการเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.เคยมีแนวทางไปแล้วว่า ถ้าจำนวนชั่วโมงครูน้อยอาจไปเป็นผู้ช่วยครูสอน หรือ ไปสอนพิเศษให้กลุ่มสนใจ และนับเป็นชั่วโมงก็ได้. ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2561
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/85614