Author Archive

เรื่องที่ 72 ครูเขียนบันทึกภาระงานขอวิทยฐานะได้

ให้ครูจดบันทึกภาระงานใช้แนบขอวิทยฐานะได้ ส่วนระบบ logbook เขียนบันทึกออนไลน์ พบครูยังไม่ถนัด สร้างความทุกข์ใจแก่ครูมาก เน้นให้ครูรุ่นใหม่ที่ถนัดพิมพ์ไว้ใช้ในอนาคต วันนี้(15 ต.ค.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้หารือกับ ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เรื่องแบบคำขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตำแหน่งครู ซึ่งกำหนดให้ครูต้องบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน ลงในโปรแกรม logbook ของ ก.ค.ศ. ซึ่งการให้ครูไปนั่งพิมพ์ข้อมูลภาระงานที่ทำในแต่ละวัน หรือแต่ละอาทิตย์ ลงในระบบออนไลน์แล้วเก็บข้อมูลไว้เพื่อนำมาใช้ในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ได้สร้างความทุกข์ใจให้แก่ครูมาก “ถึงแม้โปรแกรมจะมีความทันสมัย แต่ก็ยังไม่ตรงกับลักษณะการทำงานปกติของครู เพราะธรรมชาติของครูจะถนัดเขียนมากกว่า ไม่ค่อยเก่งเรื่องดิจิทัล การให้ครูนั่งพิมพ์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์เองทุกวันครูก็เสียเวลา ผมจึงได้ขอให้ ก.ค.ศ.เปลี่ยน เป็นการจดบันทึกภาระงานไว้ และเมื่อถึงเวลาที่จะขอผลงาน ก็ให้ผอ.โรงเรียนเซ็นรับรองแล้วนำมาใช้เป็นเอกสารหลักฐานส่งมาให้ ก.ค.ศ.ได้ ซึ่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.ก็เข้าใจและให้ดำเนินการตามที่เสนอได้ ส่วนอนาคตครูรุ่นใหม่อาจถนัดพิมพ์ก็ค่อยปรับเปลี่ยนได้”เลขาธิการกพฐ.กล่าวและว่า ทั้งนี้การประเมินอยู่บนความเชื่อใจ หาก ก.ค.ศ.สุ่มตรวจแล้วพบว่า มีการรายงานเท็จครูและผอ.โรงเรียนที่ให้การรับรองก็จะถูกดิสเครดิตในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ดร.บุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ครูปฐมวัยก็มีความวิตกกังวลเรื่องการกำหนดชั่วโมงการปฏิบัติงาน ซึ่งมีคนมองว่าครูปฐมวัยทำหน้าที่แค่ 6 ชั่วโมง แต่ข้อเท็จจริงต้องดูแลเด็กวันละ 7 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เด็กเข้าโรงเรียน ช่วงที่เด็กนอนครูก็ต้องเตรียมการสอนซึ่งต้องนับชั่วโมงให้ครูด้วย ไม่ใช่นับชั่วโมงเฉพาะเด็กลืมตาอย่างเดียว ดังนั้นครูปฐมวัยไม่ต้องวิตกกังวลว่าชั่วโมงการสอนจะไม่ครบ และกรณีครูที่อยู่ในโรงเรียนเกินเกณฑ์ ถ้าเอาจำนวนชั่วโมงแต่ละชั้นมาคิดแล้วเอาครูไปหารจำนวนชั่วโมงจะไม่ถึงหลักเกณฑ์ในการเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.เคยมีแนวทางไปแล้วว่า ถ้าจำนวนชั่วโมงครูน้อยอาจไปเป็นผู้ช่วยครูสอน หรือ ไปสอนพิเศษให้กลุ่มสนใจ และนับเป็นชั่วโมงก็ได้. ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2561
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/85614

Advertisements

เรื่องที่ 71 โหลดด่วน ก.ค.ศ.ปรับปรุงโปรแกรม Log Book ใหม่ เพื่อให้รองรับ ว14/2561

กลุ่ม  Logbook Teacher – บันทึกประวัติการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการครู   ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดูแลโดย ก.ค.ศ. ได้เผยแพร่ข้อความว่าได้ปรับปรุงโปรแกรม Log Book 

เพื่อให้โปรแกรม Logbook รองรับตาม ว.14/2561 จึงได้มีการปรับปรุงโปรแกรม Logbook ดังนี้
1. สูตรการคำนวณในแผ่นงานที่ 9-1
2. ปรับการกรอกข้อมูลในแผ่นงานที่ 6 จากรายการ “จำนวนวันที่เข้ารับการพัฒนา” เป็น “วันที่สิ้นสุดการพัฒนา” ส่วนอื่นๆ เหมือนเดิม
3. ได้สร้างปุ่มสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลจากโปรแกรม Logbook ไฟล์เดิมมาบันทึกในโปรแกรม Logbook ไฟล์ใหม่ โดยคุณครูไม่ต้องบันทึกใหม่
4. ได้จัดทำคู่มือการถ่ายโอนข้อมูลมาพร้อมกับโปรแกรม Logbook นี้แล้ว
5. สามารถ Download ได้ที่ http://logbook-teacher.otepc.go.th เช่นเดิมนะครับ

สำหรับคนที่กรอกไปแล้วสงสัยว่าจะทำยังไงต่อ ลองอ่านที่ข้อ 3 นะครับ

เกณฑ์  ว14/2561 แก้ไข้หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูฯ สายงานการสอน

สำหรับคนที่มีปัญหาในการกรอก Log Book  ให้เข้าที่กลุ่ม Logbook Teacher – บันทึกประวัติการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการครู

ที่มา : https://www.xn--12cg5gc1e7b.com/16525

เรื่องที่ 70 ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 8/2561 เมื่อวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการได้เผยแพร่ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ข่าวที่ 283/2561 เรื่อง ผลประชุม ก.ค.ศ. 8/2561 ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2561 เมื่อวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561 ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่สำคัญดังนี้

– เห็นชอบให้แก้ไขข้อความในหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.7/ ว 22 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ดังนี้

1) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยให้ประเมินตนเอง พร้อมทั้งจัดทำแผนพัฒนาตนเองเป็นรายปีตามแบบที่ส่วนราชการกำหนด และเข้ารับการพัฒนาตามแผนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในรอบ 5 ปีที่ขอรับการประเมินให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ ต้องมีจำนวนชั่วโมงการพัฒนา 100 ชั่วโมง หากมีจำนวนชั่วโมงการพัฒนาไม่ครบ 100 ชั่วโมง แต่ไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง สามารถนำจำนวนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ส่วนที่เกิน 50 ชั่วโมงในแต่ละปี มานับรวมเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาให้ครบ 100 ชั่วโมงได้

2) หลักสูตรการพัฒนา ต้องมีองค์ประกอบด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านความเป็นครู และด้านคุณลักษณะที่คาดหวัง โดยต้องเป็นหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง ตามมาตรฐานวิทยฐานะ หรือตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ทั้งนี้ สามารถนำจำนวนชั่วโมงการพัฒนาที่เข้ารับการอบรมในสถาบันวิชาการอื่น ๆ เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณารับรองได้ โดยให้ส่วนราชการเสนอหลักสูตรพัฒนาเพื่อให้ ก.ค.ศ. พิจารณารับรอง

– รับทราบความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท โดย ก.พ. จะเป็นผู้ดำเนินการสอบภาค ก ทั้งหมด ซึ่งได้มีการหารือร่วมกันกับผู้แทนจากองค์กรกลางบริหารงานบุคคลทุกประเภทแล้ว โดยภาพรวมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า การดำเนินการเช่นนี้จะทำให้บุคลากรภาครัฐมีมาตรฐานเดียวกัน มีความโปร่งใสในการเข้าสู่ระบบราชการ ลดภาระผู้สนใจเข้ารับราชการในภาพรวม ทั้งค่าใช้จ่าย เวลา และการเดินทาง และลดค่าใช้จ่ายภาครัฐในการดำเนินการสอบ โดยปฏิทินการสอบเห็นควรให้มีการสอบอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง สำหรับภาค ข และภาค ค เป็นรายละเอียดที่แต่ละองค์กรจะไปกำหนดให้มีความสอดคล้องกับความต้องการบุคลากรของตนเอง

– เห็นชอบให้ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษ ตามข้อ 3 ของกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน พ.ศ. 2561 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 20 สิงหาคม 2561 มีอำนาจสั่งลงโทษลดเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้นไปพลางก่อน จนกว่ากฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. … มีผลบังคับใช้

– เห็นชอบให้นำการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 5 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561 มาใช้สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)

Written by กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ. Graphic บัลลังก์ โรหิตเสถียร Rewriter/Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

ที่มา เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 17 สิงหาคม 2561

ที่มา-อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/85309

เรื่องที่ 69 การขยายผลโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร

การขยายผลโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร

คลิกที่นี่การงานขยายผลคูปองครูเริ่ม14สค61

เรื่องที่ 68 สพฐ.ชี้แจงครูที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกรุ่น

สพฐ.ชี้แจงครูที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกรุ่น

ที่มา : https://www.kroobannok.com/85247

เรื่องที่ 67 ครูเคว้ง!! โละคูปองพัฒนา 804 รุ่น ทำครูนับหมื่นเคว้ง ส่อยกเลิกอีก 790 หลักสูตร

ครูเคว้ง!! โละคูปองพัฒนา 804 รุ่น ทำครูนับหมื่นเคว้ง ส่อยกเลิกอีก 790 หลักสูตร

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (สพค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคูปองพัฒนาครูที่เชื่อมโยงวิทยฐานะโดยจัดสรรเงินให้ครูคนละ 10,000 บาท เลือกช็อปปิ้งหลักสูตรได้ตามความถนัด และสนใจ เพื่อนำความรู้ไปอบรมนักเรียน ว่า ได้รับแจ้งจากสถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ว่ามีหน่วยจัดขอยกเลิกการจัดอบรม จำนวน 257 หลักสูตร 804 รุ่น จาก 79 หน่วยจัด จากทั้งหมด 1,207 หลักสูตร 8,000 กว่ารุ่น 276 หน่วยจัด เนื่องจากมีครูลงทะเบียนไม่ถึงเป้าหมาย ถ้ายังจัดจะทำให้ขาดทุน ตนได้แจ้งหน่วยพัฒนาว่าสามารถยกเลิกได้ แต่ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับครู เบื้องต้นจะมีครูได้รับผลกระทบ 11,291 คน

นางเกศทิพย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าน่าจะมีหน่วยจัดยกเลิกมากกว่านั้น เพราะจากการพิจารณาการลงทะเบียนหลักสูตรของครู พบว่า มีถึง 790 หลักสูตร 3,045 รุ่น จาก 193 หน่วย ที่มีครูลงทะเบียนไม่ถึง 25% ของจำนวนที่นั่งที่รับได้เต็มที่ สะท้อนว่าเสี่ยงต่อการยกเลิก เนื่องจากไม่คุ้ม ซึ่งถ้าทั้ง 3,045 รุ่นยกเลิก จะมีครูได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 27,222 คน ทั้งนี้ ข้อมูลที่ชัดเจนต้องรอวันที่ 3 สิงหาคม เพราะตนแจ้งให้หน่วยจัดแจ้งสถาบันคุรุสภากรณีมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือยกเลิกการจัดอบรมภายในวันที่ 3 สิงหาคม พร้อมกันนั้น ต้องแจ้งไปยังครูที่ได้รับผลกระทบด้วย

“เพื่อไม่ให้ครูเสียสิทธิในการอบรมปีละครั้ง สพค.จะให้ครูเดินเข้าอบรมหน่วยจัดใดก็ได้ที่สะดวก แต่ต้องทำเอกสารแจ้งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ส่วนเรื่องเงิน ไม่น่ามีปัญหา เพราะใช้ระบบยืมเงินภายในอยู่แล้ว คาดว่าครูไม่น่าเสียสิทธิ เพราะมีหน่วยจัดรอช้อนครูกลุ่มนี้อยู่ ขณะเดียวกันหน่วยจัดที่ยกเลิก ก็จัดอบรมหลายรุ่น ฉะนั้น อาจแจ้งครูให้เข้าอบรมในรุ่นอื่นๆ ที่เหลืออยู่ก็ได้” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีบางหน่วยพ่วงค่าที่พัก และค่าอาหารเย็น ในราคาลงทะเบียนที่เสนอขออนุมัติจาก สพฐ.แต่พอถึงเวลาจริงๆ ครูไม่ได้เข้าพักโรงแรม และไม่มีอาหารเย็นนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามี 5 หน่วยจัดที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าว จำแนกเป็น ห้างหุ้นส่วน 1 แห่ง ซึ่งจัดทั้งหมด 91 รุ่น, บริษัท, ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และมหาวิทยาลัย 2 แห่ง โดยในส่วนของห้างหุ้นส่วนที่รับผิดชอบโดยผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งจัด 91 รุ่นนั้น เบื้องต้นแจ้งว่าจะคืนเงิน ทั้งค่าที่พัก และอาหารเย็นให้ราชการเต็มจำนวน วงเงินประมาณ 2 ล้านบาท

“ครูไม่ได้เข้าพักโรงแรม เพราะเป็นการจัดอบรมภายในจังหวัดตัวเอง ห้างหุ้นส่วนเลยคืนค่าที่พักให้ครู 200 บาท/คน/คืน และคืนค่าอาหารเย็นให้ครูคนละ 100 บาท ขณะที่รายละเอียดค่าลงทะเบียนที่ห้างหุ้นส่วนแจ้งขออนุมัติจาก สพฐ.คือ ค่าที่พักโรงแรม 600 บาท/คน/คืน และค่าอาหารเย็น 100 บาท เพื่อจะได้เก็บส่วนต่างไว้ ทันทีที่เราทราบ เราไม่ยอม และได้แจ้งห้างหุ้นส่วนขอให้คืนเงินเต็มจำนวนประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนที่ห้างหุ้นส่วนจ่ายให้ครูไปแล้วนั้น เป็นเรื่องของห้างหุ้นส่วน ไม่เกี่ยวกับ สพฐ.” นางเกศทิพย์ กล่าว

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1064922

http://www.kruthai.info/1501/

เรื่องที่ 66 เชิญชวนสมัครกลุ่มในเฟสบุ๊คชื่อ Logbook Teacher – บันทึกประวัติการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการครู

เชิญคุณครูทุกท่านที่มีความสนใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลง Logbook สมัครเข้ากลุ่มในเฟสบุ๊ค เพื่อสอบถามหรือติดตามความเคลื่อนไหวของ Logbook ได้โดยคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้

Logbook Teacher – บันทึกประวัติการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการครู